Travel : เทศกาลกินหัวหอม สวนนกจูล่ง
  Harajuku ลอสแอนเจลิส
  ธรรมเนียมการดื่มชาของชาวอังกฤษ ปักกิ่ง
  Kaikoura Gold Coast
  London  
ธรรมเนียมการดื่มชาของชาวอังกฤษ
 
 
 
 
อาฟเตอร์นูนที หรือมื้อน้ำชายามบ่าย
.......แอนนา 7th Duchess of Bedford เป็นเจ้าของความคิดของมื้อน้ำชายามบ่ายนี้ขึ้นในต้นศตวรรษที่ 18 แอนนาเสนอให้มีมื้อน้ำชาในช่วงราวสี่หรือห้าโมงเย็น เพื่อเป็นการรองท้องระหว่างอาหารมื้อเที่ยงและมื้อเย็น และในช่วงก่อนหน้านี้เล็กน้อยเอิร์ล ออฟ แซนวิชได้เป็นผู้คิดค้นการใส่ไส้ระหว่างขนมปังสองแผ่น มื้อน้ำชานี้ต่อมาสามารถนำมาใช้เป็นกิจกรรมทางสังคมอย่างหนึ่งได้เป็นอย่างดี และเริ่มเป็นแนวนิยมที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีการดำเนินชีวิตของชาวอังกฤษ
 
ที การ์เดน และ ที แดนซ์
.......เมื่อกระแสความนิยมการดื่มชาได้แพร่หลายออกไป การดื่มชายังได้กลายเป็นการพักผ่อนนอกบ้านอย่างหนึ่งของชาวอังกฤษ ราวปี ค.ศ. 1732 ในตอนเย็นมีการเต้นรำและชมการจุดพลุในสวน Vauxhall หรือ Ranelagh Gardens และจะมีการเสิร์ฟน้ำชาด้วย ดังนั้นจึงมี Tea gardens ให้บริการอยู่ทั่วสหราชอาณาจักรในวันเสาร์และวันอาทิตย์ โดยมีการเสิร์ฟน้ำชา เนื่องจากมีการเต้นรำสอดแทรกอยู่ในงานรื่นเริงนี้ดังนั้นจากการดื่มชาในสวนจึงได้มีการเริ่มมี tea dance ขึ้นมาด้วยและได้รับความนิยมและถือเป็นงานรื่นเริงที่ทันสมัย จนกระทั่งมาเสื่อมความนิยมลงในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างไรก็ตามทุกวันนี้ยังมีการจัด tea dance ในสหราชอาณาจักร
 
Teetotal
.......ค่าเข้าสวนที่ทันสมัยอย่าง Vauxhall หรือ Ranalagh Gardens จะรวมค่าน้ำชาและขนมปังพร้อมเนยด้วย ซึ่งเป็นเครื่องดื่มต้อนรับหลังการแสดงเสร็จสิ้นลง แต่เนื่องจากมีการเจริญเติบโตของสังคมเมืองอย่างรวดเร็วในช่วงต้นศตวรรษที่ 18 จึงทำให้มีการปิดสวนลงและที่เดียวที่จะเสิร์ฟชาในตอนเย็นได้คือผับหรือโรงแรม ในปัจจุบันชาถือว่ามีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่เกินพอดี (โดยเฉพาะเครื่องดื่มจำพวกจิน) และได้มีการจัดประชุมเรื่องน้ำชาอย่างแพร่หลายทั่ว สหราชอาณาจักรเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดื่มและเพื่อเป็นการหาเงินเข้ามาด้วย เชื่อกันว่าวลีที่ว่า 'teetotal' (total abstinence from alcohol) น่าจะมาจากเครื่องดื่มชนิดนี้นั่นเอง
 

High tea

.......ในสังคมแรงงานและเกษตรกรรม afternoon tea ได้กลายมาเป็น high tea โดยถือเป็นอาหารมื้อหนึ่งของวัน เป็นการพบกันครึ่งทางระหว่างมื้อน้ำชายามบ่ายเบาๆที่ดื่มกันในห้องนั่งเล่นของสุภาพสตรีกับอาหารมื้อเย็นที่รับประทานตอนหนึ่งทุ่มหรือสองทุ่ม high tea จะมีการเสิร์ฟเนื้อสัตว์ ขนมปัง เค้กและน้ำชาร้อนๆ
 
ร้านน้ำชา
.......ในปี ค.ศ. 1864 ผู้จัดการร้านของ Aerated Bread Company พยายามจูงใจให้เจ้านายของเธออนุญาตให้มีการเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มภายในร้าน โดยเธอได้เริ่มจากลูกค้าที่สนิทชอบพอกันก่อน ต่อมาก็มีลูกค้าอีกหลายคนที่พยายามเข้ามาเพื่อขอใช้บริการในรูปแบบเดียวกันนี้ เธอผู้นี้ไม่ได้เพียงแค่ริเริ่มความคิดในการมี ร้านน้ำชา เท่านั้น แต่เธอยังได้จัดตั้งที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจสำหรับสตรีขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจ เพราะร้านน้ำชาได้กลายมาเป็นที่ที่สุภาพสตรีจะได้มาสังสรรค์กับเพื่อนๆโดยไม่ทำให้เสียชื่อเสียงแต่อย่างใด ร้านชาได้กลายมาเป็นธุรกิจที่แพร่หลายไปทั่วสหราชอาณาจักร เช่นเดียวกับวัฒนธรรมการดื่มชาที่ได้รับความนิยมอย่างสูงเช่นเดียวกัน กระทั่งในปัจจุบันนี้ แม้ว่าจะมีร้านอาหารแบบฟาสต์ฟู้ดและร้านเครื่องดื่มอยู่มากมาย แต่ประเพณีการดื่มชาก็ยังคงอยู่และสามารถดึงดูดทั้งชาวอังกฤษเองและนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างมาก
 
Tea breaks
.......Tea breaks เป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับสหราชอาณาจักรมาราวๆ 200 ปีแล้ว โดยในขั้นต้น คนงานจะทำงานตั้งแต่เวลาตีห้าหรือหกโมงเช้า นายจ้างจะให้มีการพักในช่วงเช้าโดยจะมีการเสิร์ฟชาและอาหาร นายจ้างบางคนให้พักอีกครั้งในตอนบ่ายด้วย
 
.......ในระหว่างปี ค.ศ. 1741 ถึง 1820 นักอุตสาหกรรม เจ้าของที่ดินและนักบวชต่างพยายามที่จะล้มเลิกการพักดื่มน้ำชานี้ โดยอ้างเหตุผลว่าการดื่มน้ำชาและการพักจะทำให้คนงานเฉื่อยชา แต่ตามแนวความคิดยุคใหม่นั้นกลับมองว่าการพักดื่มน้ำชานับเป็นสิ่งสำคัญและช่วยรักษาสมดุลย์ของร่างกายทำให้มีสุขภาพดี
 

ข้อมูลจาก

The TEA Council